วัยรุ่น 1 ใน 3 ไม่ใช้ถุงยาง

กรมอนามัยพบ วัยรุ่นมีเพศสัมพันธืก่อนวัยอันควร และมีแนวโน้มอายุลดลงเรื่อยๆ และผลสำรวจวัยรุ่น 1 ใน 3 ไม่ใช้ถุงยางอนามัย รวมทั้งใช้วิธีการป้องกันคุมกำเนิดที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น ซึ่งพบว่าอายุเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ อายุเฉลี่ย 15-16 ปี ปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นพบว่าส่วนใหญ่ขาดความรู้ มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการร่วมเพศคิดว่าการร่วมเพศครั้งเดียวไม่ตั้งครรภ์ การใช้ถุงยางอนามัยขัดขวางความรู้สึกทางเพศ และไม่รู้ว่าตนเองจะมีโอกาสตั้งครรภ์เมื่อใด รวมถึงใช้วิธีคุมกำเนิดไม่สม่ำเสมอหรือไม่ได้ใช้วิธีการป้องกัน

โดยผลสำรวจพบว่า 1 ใน 3 ของวัยรุ่นไม่ใช้ถุงยางอนามัย ร้อยละ 18 ของวัยรุ่นใช้ถุงยางอนามัยผิดวิธีซึ่งอาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ และยังพบว่าวัยรุ่นมีวิธีการป้องกันวิธีอื่น เช่น การนับระยะปลอดภัย หน้า 7 หลัง 7 และการหลั่งน้ำอสุจิภายนอก เป็นวิธีการป้องกันที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งๆ ที่การใช้ถุงยางอนามัยขณะ มีเพศสัมพันธ์สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น เพื่อให้การมีเพศสัมพันธ์มีความปลอดภัยมากขึ้นควรป้องกันโดยใช้ถุงยางอนามัย ร่วมกับวิธีคุมกำเนิดอย่างอื่น เช่น ยาเม็ด ยาฉีดคุมกำเนิด ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาและสถานบริการของรัฐ

สิ่งที่จะเป็นเกราะป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น คือต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง รวมทั้งควรเปลี่ยนมุมมองในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งผู้หญิงต้องรู้จักการปฏิเสธและผู้ชายต้องมีความรับผิดชอบในกรณีที่เกิด การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ เพราะหากผู้หญิงโดนทอดทิ้งในขณะตั้งครรภ์อาจเกิดการตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ด้วยการทำแท้ง ที่ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสังคมตามมา ดังนั้นวัยรุ่นชาย-หญิงจึงควรหากิจกรรมต่างๆ หรือออกกำลังกายเป็นประจำในช่วงที่มีเวลาว่างเพื่อไม่ให้หมกมุ่นในเรื่องดัง กล่าวมากจนเกินไป หากหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้วัยรุ่นชายต้องใช้ถุงยางอนามัยให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ฝ่ายหญิงเกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์