คุยกับ “เอิ๊ต ภัทรวี” ประสบการณ์ค้นหาฝัน “ด้านดนตรี” ที่ เมลเบิร์น

หนึ่งสาวนักร้องที่ใครได้ฟังเสียงขอเธอแล้วนั้นต้อง หลงรักเธอด้วยอย่างแน่นอน วันนี้ทาง Sanook! Campus ได้มีโอกาสในการพูดคุยกับ “เอิ๊ต ภัทรวี” ในหัวข้อ “การต่อเติมความฝันด้านดนตรี และ การเรียนต่อที่ต่างประเทศ” ใครที่มีฝันเช่นนี้ต้องติดตามกันให้ดีเลยทีเดียว

“เอิ๊ต ภัทรวี” จบการศึกษาจาก คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสาขาภาพยนตร์ แต่ด้วยความฝันทางด้านดนตรีและการค้นหาตนเอง เอิ๊ต ภัทรวี จึงได้เดินทางไปศึกษาต่อทางด้านการเขียนเพลง ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

มีทักษะทางด้านดนตรี ชอบในเสียงเพลง ทำไมถึงเลือกเรียน นิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์

เหมือนตอนนั้นยังหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรจริงๆ ซึ่งชอบดนตรีมาก ณ ขณะนั้น แต่ก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าตัวเองจะ “เป็นนักดนตรี” เลยรู้สึกว่าตัวเองสนใจนิเทศศาสตร์ เพราะว่ามันเกี่ยวกับการสื่อสารที่เป็นศาสตร์เดียวกันกับการทำเพลง การเล่าเรื่อง ด้วยความคิดของตัวเอง แต่พอได้ไปเรียนจริงๆเป็นการเล่าเรื่องอีกแบบหนึ่ง ซึ่งแตกต่างกัน เราได้ไปเรียนเอกภาพยนตร์ มันก็รู้สึกชื่นชอบ เหมือนได้เปิดโลกใหม่ และได้ตัดสินใจเยอะมาก เพราะการทำภาพยนตร์สักเรื่องหนึ่งเราต้องตัดสินใจเยอะมากมาย มันเลยเป็นการ “เลือก” ซึ่งการเลือก มันก็ส่งผลต่อการทำเพลง มันกลายเป็นสิ่งที่ติดตัวไปโดยปริยาย

สับสนในเรื่องของการเป็น “นักดนตรี”

เอิ๊ต เติบโตมากับการเล่นดนตรี รอบข้างก็จะมีแต่ดนตรีเข้ามาในชีวิต รู้สึกว่า ดนตรีสอนเอิ๊ตในเรื่องของ “ความสนุก” เพราะมันเริ่มมาจากงานอดิเรก มันก็เป็นงานที่ดูสนุก ได้แต่งเพลง ได้ร้องเพลง แต่พอมีความจริงจังกลายเป็นอาชีพ ก็กลับกลายเป็นเรื่องที่เราต้องคิดให้เยอะ…

พอจบมหาวิทยาลัยมาสักพักหนึ่ง ด้วยชีวิตที่สู่วงการบันเทิง เป็นนักดนตรี ทำให้ความรู้ที่ได้รับมาในศาสตร์ของดนตรีนั้นยังไม่เพียงพอต่อการเป็นนักดนตรี จึงเลยไปเรียนดนตรีอย่างจริงจัง ที่สถาบัน เจ เอ็ม ซี อคาเดมี่ (JMC Academy) ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้เกิดความจริงจังในวิชาชีพ สาเหตุหลักที่เลือกไปเรียนดนตรีอย่างจริงจัง คือ “เรื่องราว” เพราะว่า เราไม่รู้เลยว่าเราจะแต่งเพลงอะไร เล่าอะไรให้คนฟังรู้สึกอิน รู้สึกเข้าใจกับเนื้อหาของเรา ปัญหาเลยก่อนไปเรียนก็คือการเล่นสด เพราะยังหาความเป็นตัวเองและสไตล์ยังไม่เจอ เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการไปเรียนดนตรีอย่างจริงจังและค้นหาคำตอบของมัน

ไปเรียนดนตรีที่ “ออสเตรเลีย” มีสอนอะไรบ้าง ?

สอนทฤษฎีเกี่ยวกับดนตรีทั้งหมด สอนการทำเพลง การเขียนเพลง สิ่งที่มันสนุกคือ “กิจกรรม” ซึ่งมันเยอะมาก ด้วยความที่เราเปิดใครอยากให้ทำอะไรเราทำ เพื่อที่กอบโกยความรู้กลับไปให้ได้เยอะมากที่สุดเรียกว่า “การเก็บประสบการณ์” และรวมทั้งการได้พิสูจน์ตัวเองในเรื่องของทักษะ

ปัญหาใน “การปรับตัว” ตอนเรียนที่ต่างประเทศ

ตอนแรกก่อนไปคิดว่าตัวเองมีความชำนาญในด้านของภาษาอังกฤษอยู่แล้ว แต่พอได้เจอกับสถานการณ์จริงก็ “งง” ไปเลย เนื่องมาจาก สำเนียงที่แปลกและฟังยาก หรือ คำศัพท์ที่เราไม่เคยเจอ คำศัพท์ที่มากมาย สุดท้ายเราก็สามารถข้ามผ่านมันไปได้ด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น ทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้นและชำนาญด้านภาษาเพิ่มมากขึ้น

การเรียน “ในประเทศไทย” กับ “ต่างประเทศ” ต่างกันมากไหม?

สำหรับ เอิ๊ต คิดว่า อยู่ที่ความตั้งใจในสิ่งๆนั้นมากกว่า เรียนในประเทศไทยถ้าเรามุ่งมั่นตั้งใจมันก็ได้เหมือนกัน แต่ด้วยที่เราไปเรียนที่ต่างประเทศ เราไปถึงตรงนั้นแล้ว เราก็ต้องรับอะไรกลับไปให้มากที่สุด เปรียบเทียบง่ายๆ เมื่อเราเรียนมัธยมที่ประเทศไทยเราก็เรียนเพื่อคิดแค่ว่า เราต้องจบ เราต้องประสบความสำเร็จในชีวิต แต่พอได้ไปเรียนที่นั่น ความคิดมันต่างกัน เพราะว่าเราเสียเงินมาเรียนเองเรารู้ว่าเราต้องการอะไร มาเพื่ออะไร เราต้องการความรู้กลับไป ตักตวงให้มากที่สุด มันเลยเป็นความรู้สึกที่แตกต่างกัน แต่ที่ไทยมันก็สามารถทำได้ก็ขึ้นอยู่ที่ความตั้งใจของตัวเอง แต่สิ่งที่ได้จากการเรียน”ต่างประเทศ”จริงๆเลยก็คือ ประสบการณ์ชีวิต มากกว่า

เมื่อค้นหาคำตอบได้แล้ว “นักดนตรี” ให้อะไรกับเรา

ให้ความสุข เพราะว่าการได้เล่นสด เล่นคอนเสิร์ต เอิ๊ต ชอบความรู้สึกที่ได้ร่วมสนุกไปกับเสียงเพลงและคนดูที่อยู่หน้าเวที การส่งความรู้สึกถึงกันไม่ว่าจะเป็นคนดู นักดนตรี รวมถึงตัวเราเอง มันเป็นความรู้สึกที่ “มหัศจรรย์” หลากหลายอารมณ์บนเวทีที่สื่อถึงกันได้ ทำให้เกิดความสบายใจ

การเรียนต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย กลายเป็นเหมือนการเก็บประสบการณ์ให้แก่ชีวิต ได้ไปค้นหาตัวตนของตนเอง ฝึกฝนภาษารวมทั้งการใช้ชีวิต น้องๆคนไหนที่คิดว่าอยากไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ จงหาตัวตนว่า อยากไปเรียนอะไร จงหาคำตอบของตัวเองให้เจอ เชื่อได้เลยว่าน้องๆจะก้าวผ่านและได้รับประสบการณ์ไปอย่างแน่นอน เหมือนกับ “เอิ๊ต ภัทรวี”

ขอบคุณข้อมูล จาก sanook.com